[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นตอนที่ 5] ยุคมุโรมาจิ (ยุคอาชิคากะ),เซ็นโกคุ ค.ศ. 1333-1600


ยุคอาชิคากะ (足利幕府, Ashikaga bakufu) เป็นยุคสมัยที่โชกุนในตระกูลอาชิคากะครองอำนาจ ยุคนี้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ยุคมุโรมาจิ (Muromachi) ซึ่งชื่อนี้มีที่มาจากที่พักของโชกุนอาชิคากะ โยชิมิซึ (足利 義満) ไปตั้งใหม่ยังตำบลมุโรมาจิในเกียวโต

โชกุนทั้งหมดในยุคก็มีทั้งหมด 15 คน

1.Ashikaga Takauji (1305–1358) (r. 1338–1358)
2.Ashikaga Yoshiakira (1330–1368) (r. 1359–1368)
3.Ashikaga Yoshimitsu (1358–1408) (r. 1368–1394)
4.Ashikaga Yoshimochi (1386–1428) (r. 1395–1423)
5.Ashikaga Yoshikazu (1407–1425) (r. 1423–1425)
6.Ashikaga Yoshinori (1394–1441) (r. 1429–1441)
7.Ashikaga Yoshikatsu (1434–1443) (r. 1442–1443)
8.Ashikaga Yoshimasa (1436–1490) (r. 1449–1473)
9.Ashikaga Yoshihisa (1465–1489) (r. 1474–1489)
10.Ashikaga Yoshitane (1466–1523) (r. 1490–1493, 1508–1521)
11.Ashikaga Yoshizumi (1480–1511) (r. 1495–1508)
12.Ashikaga Yoshiharu (1510–1550) (r. 1522–1547)
13.Ashikaga Yoshiteru (1536–1565) (r. 1547–1565)
14.Ashikaga Yoshihide (1540–1568) (r. 1568)
15.Ashikaga Yoshiaki (1537–1597) (r. 1568–1573)


คนที่มีกล่าวถึงในการ์ตูนอาจจะมีหลายคน แต่ผมจะยกคนที่ผมรู้ดีกว่า คนนั้นก็คือ โชกุนอาชิคากะ โยชิมิซึ (足利 義満) ซึ่งพวกท่านรู้จักดีจากอิคิวซัง เป็นโชกุนที่ให้อิคิวซังมาตอบคำถามให้ประจำ โชกุนคนนี้เป็นคนที่ 3 พ่อของเขาก็คือ โชกุนคนที่ 2 อาชิคากะ โยชิอาคิระ (足利 義詮) ซึ่งเคยเป็นตัวประกันของพวกโฮโจในสมัยคามาคุระมาก่อน


พวกท่านคงจะเคยเห็นและรู้จักภาพนี้มาแล้วจากในอิคิวซัง นี่ก็คือ คินคาคุจิ (金閣寺) หรือวัดทอง 1 ใน 3 สถานที่สำคัญที่สุดในสมัยนี้ ความจริงมันก็ไม่ใช่วัดหรอก มันเป็นที่พักของโชกุนที่ดูเหมือนวัดเท่านั้นเอง สร้างในปีค.ศ. 1371 เสร็จในปีค.ศ. 1397 หลังจากที่โชกุนตายก็กลายเป็นวัดนิกายเซน





** จะรีบไปไหนจะรีบไปไหน พักเดี่ยวหนึ่งซิ **

สถานที่สำคัญแห่งที่ 2 ก็คือ โชโคคุจิ หรือวัดไม้



เป็นวัด (เป็นวัดแต่แรก ไม่ใช่เป็นที่พักมาก่อน) ที่โชกุนโยชิมิซึสร้างขึ้น เพื่อแสดงความศรัทธาในศาสนาพุทธนิกายเซน ตั้งอยู่ใกล้ ๆ พระราชวังหลวงในปัจจุบัน สร้างในปีค.ศ. 1382 เสร็จในปีค.ศ. 1392 ก่อนโชกุนตาย 2 ปี

สถานที่สำคัญแห่งสุดท้ายคือ กินคาคุจิ หรือวัดเงิน



เป็นที่พักของโชกุนอาชิคากะ โยชิมาสะ ตั้งอยู่บนเนินเขาฮิกาชิยามะทางตะวันออกของเกียวโต สร้างในค.ศ. 1482 แต่เสร็จหลังจากที่โชกุนตาย ที่พักของโชกุนก็กลายเป็นวักนิกายเซนไปตามคำขอสุดท้ายของโชกุน

ทีนี้เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับโชกุนโยชิมิซึคือ การรวมราชวงศ์เหนือ-ใต้ ปัญหาก็คือ ราชวงศ์เหนือกับราชวงศ์ใต้เนี่ยหรือยุคนันโบคุโจ (南北朝時代) มันคืออะไร ผมก็จะเล่าให้ฟัง

ก่อนที่จะเข้ายุคอาชิคากะ จักรพรรดิโก-ไดโกะได้ล้มล้างพวกโฮโจ โดยมีขุนศึกคนสำคัญคือ อาชิคากะ ทาคาอุจิ (足利尊氏) เป็นแม่ทัพคนสำคัญ หลังจากล้มล้างเสร็จแล้ว ตาโชกุนคนนี้ก็ยึดคามาคุระไว้และดันเอาดินแดนที่ยึดครองมาแจกจ่ายให้กับพวกพ้องของตนเอง โดยไม่ขออนุญาตจากจักรพรรดิ ทำให้จักรพรรดิไม่พอใจและส่งนิตตะ โยชิสาดะมายึดคามาคุระคืน แต่ก็พ่ายแพ้ทาคาอุจิ ทำให้ทาคาอุจิกรีธาทัพเข้าถึงเกียวโต


** ยืมภาพจาก Rance มานิด อย่าไปสนใจคนอื่นในฉากหลังละ **
จักรพรรดิจะทำยังไงล่ะ ก็หนีน่ะสิครับ เขาก็หนีไปตั้งศูนย์การปกครองแห่งที่ 2 ที่โยชิโนะ (Yoshino) กลายเป็นสายราชวงศ์ทางใต้ ส่วนทางเกียวโต ทาคาอุจิก็อ้างสิทธิการสืบบัลลังค์ของจักรพรรดิโคเมียว ให้จักรพรรดิองค์นี้สืบบัลลังค์ต่อ กลายเป็นราชวงศ์ทางเหนือ
ดังนั้น เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ ราชวงศ์ทางใต้ก็คือ ราชวงศ์ใหม่ที่จักรพรรดิโก-ไดโกะหนีไปตั้งอยู่ที่โยชิโนะแทนฐานอำนาจเดิมที่เกียวโต ส่วนราชวงศ์เหนือก็เป็นราชวงศ์ดั้งเดิมที่เกียวโตแต่ไหนแต่ไร

** 2 รางชวงศ์นี้ก็ต่อสู้กันมา 50 ปี สุดท้ายฝ่ายใต้ก็ยอมแพ้ฝ่ายเหนือในสมัยโชกุนโยชิมิซึ แล้วก็รวมราชวงศ์เป็นราชวงศ์เดียวเช่นเดิม **
แม้ว่าตระกูลอาชิคากะจะได้เป็นโชกุนตลอดสมัย แต่เพราะตระกูลอาชิคากะแบ่งอำนาจการปกครองกับจักรพรรดิ เพื่อรักษาความชอบธรรมในการปกครอง ทำให้อำนาจของโชกุนในช่วงนี้อ่อนแอลงยิ่งกว่ายุคคามาคุระและโทคุกาวะ ผลก็คือ พวกไดเมียวในแคว้นต่าง ๆ มีอำนาจมากขึ้น ถือเป็นยุคสมัยฟิวดัลอย่างแท้จริง (คือ ผู้ปกครองท้องถิ่นมีอำนาจมากกว่าผู้ปกครองส่วนกลาง)

เมื่อไดเมียวมีอำนาจมากขึ้น ความภักดีต่อโชกุนก็ลดลง ทำให้ช่วงปลายสมัยมุโรมาจิเป็นสมัยของการต่อสู้ระหว่างแคว้นเรียกว่า ยุคสมัยเซนโกคุ (戦国時代, Sengoku-jidai) เป็นการต่อสู้ระหว่างไดเมียวตามแคว้นต่าง ๆ สู้กันตั้งแต่กลางคตวรรษที่ 15 ถึงต้นศตวรรษที่ 17 (ประมาณ 1450-1600) มีกลุ่มตระกูลมากมายที่เข้าต่อสู้ โดยเฉพาะกลุ่มที่จะมีส่วนในยุคสมัยการรวมญี่ปุ่นคือ กลุ่มโอดะ นำโดยโอดะ โนบุนากะ
เทคโนโลยีทางการทหารที่สำคัญสมัยนี้คือ ปืนไฟ ปืนไฟมาจากไหน พวกท่านก็คงรู้ ๆ กันแล้ว ปืนไฟเป็นสินค้านำเข้าจากพวกโปรตุเกส ซึ่งมาเทียบท่าที่ทางใต้ของเกาะทาเนกาชิมะ ชาวโปรตุเกสที่เข้ามาในญี่ปุ่นแรก ๆ คือ เฟอร์เนา เมนเดส ปินโต (Fernão Mendes Pinto (ผมไม่รู้ว่า อ่านแบบนั้นรึป่าวนะ)) โดยสารเรือสำเภาจีนมา สินค้าที่นำเข้ามาคือ ปืนคาบชุด (Arquebus) พร้อมเครื่องกระสุน (ญี่ปุ่นไม่มีปืนคาบศิลานะครับ มาใช้ปืนใหม่อีกทีนี่ก็ลูกเลื่อนเลย นำเข้าจากอเมริกา) ซึ่งไม่ใช่สินค้าแปลกใหม่อะไรมากนัก ญี่ปุ่นก็เคยมีใช้อาวุธดินปืนมาก่อน เพราะรับอารยธรรมจากจีน แต่ขนาดปืนของจีนมันหนัก ขนย้ายลำบาก และมีวิธีการยิงแบบปืนใหญ่ ขณะที่ของฝรั่งมันใช้ระบบ matchlock คือ มันจะมีนกติดสายชนวนเอาไว้ เวลากดไกปืน นกจะดันชนวนลงไปจี้กับดินปืนในถาด แล้วไฟจะไปจุดระเบิดในลำกล้องดันกระสุนออกไป อาวุธปืนมีส่วนสำคัญอย่างมากในการรวมญี่ปุ่น เพราะเป็นอาวุธที่มีความรุนแรงสูง ผลิตได้ง่าย จนสามารถสร้างกองทหารเรียงหน้ากระดานแบบยุโรปได้

แต่ผมว่า กองทหารติดปืนแบบญี่ปุ่นช่วงนี้คงสู้พวกยุโรปไม่ได้ เพราะผมเคยเห็นวิธีการโหลดกระสุนของทหารพวกนี้ คือ ตอนที่กำลังรบ ๆ กัน พลปืนจะยิงก็ยิงไป แต่เขาไม่ได้พกกระสุนหรือดินปืนสำรองติดตัวเอาไว้ เวลาจะโหลดลูกใหม่ จะมีคนส่งกระสุนให้ แต่งตัวคล้าย ๆ กับพลปืน แต่พกตู้ใบเล็ก ๆ เก็บดินปืน เก็บกระสุนไว้ ใครจะโหลดลูกใหม่ต้องมาขอจากตาคนนี้ (ผมเห็นภาพจากหนังสือของ osprey (หนังสือประวัติศาสตร์สงคราม) แล้วงงเลย มันรบกันแบบนี้รึเนี่ย) ถ้าอีตานี่มันตายระหว่างส่งกระสุนไปให้แนวหน้า แนวหน้าก็ฉิบหายกันหมด ดีทีสมัยหลังจากนี้ ก็ต่างคนต่างพกกันไปเอง


--------------------------------------------------------------------------------------------------




ยุคเซนโกคุ (戦国時代, Sengoku-jidai)



ยุคเซนโกคุ (戦国時代, Sengoku-jidai) คือ ยุคแห่งสงครามระหว่างแคว้นที่กินเวลาร่วมร้อยปี เริ่มต้นครั้งแรกในปีค.ศ. 1467 ด้วยสงครามโอนิน (Onin war) ซึ่งมาสาเหตุมาจากการสืบทอดตำแหน่งโชกุนต่อจากโชกุนอาชิคากะ โยชิมาสะระหว่างพวกตระกูลโฮโสคาวะกับตระกูลยามะนะ ซึ่งทั้งคู่ที่กองทัพพร้อมบี้อีกฝ่ายได้ทันที เพราะมันอยู่ในเกียวโตทั้งสองฝ่ายเลย

แต่การสืบตำแหน่งก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นเอง เพราะโชกุนไม่มีอำนาจแล้ว จากในกระทู้ก่อนผมก็อธิบายไว้ว่า โชกุนกับจักรพรรดิช่วงนี้แทบไม่มีอำนาจสั่งการอะไรแล้ว อำนาจอยู่ในมือไดเมียวหมด จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกนี้คือ การชิงอำนาจความเป็นใหญ่เหนืออีกฝ่าย
ไม่ใช่เพียงกลุ่มตระกูลทั้งหลายก็เข้าร่วมต่อสู้กัน พวกชาวไร่ชาวนาก็ลุกขึ้นต่อต้านการกดขี่ของพวกเจ้าของที่ดิน แต่ผมจะไม่พูดถึงพวกชาวไร่ชาวนา เพราะมันเกิดอยู่ทั่วไปหมด




1.พวกโอดะ (織田) ตราประจำตระกูลจะเป็นรูปดอกซากุระ ตระกูลนี้สืบเชื้อสายมาจากไทระ สึเคโมริ หนึ่งในพวกตระกูลไทระ (มีตระกูลใหญ่ ๆ สำคัญ ๆ ต่อญี่ปุ่นแค่ 3 ตระกูลเท่านั้นแหละ) ฐานอำนาจของโอดะจะอยู่ที่โอวาริ ตอนกลาง ๆ ของเกาะฮอนชู ต้นตระกูลคือ โอดะ จิคาสาเนะ เป็นลูกชายของไทระ สึเคโมริ คนสำคัญของตระกูลนี้ ซึ่งผมจะถือเป็นตัวนำเรื่องสำคัญเลยคือ โอดะ โนบุนากะ (織田 信長) ลูกชายคนที่ 3 ของโอดะ โนบุฮิเดะ แต่เป็นลูกที่เกิดจากเมียหลวง จึงเป็นทายาทของตระกูลโอดะอย่างแท้จริง เขาสามารถเป็นจ้าวแห่งปราสาทนาโกยาตั้งแต่ยังเด็กและได้รับการดูแลจากผู้ติดตามชื่อ ฮิราเตะ มาซาฮิเดะ เมื่อเขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าตระกูลก็ขยายอำนาจนอกไปนอกเขตโอวาริ โดยใช้วิธีการผูกพันธไมตรี เช่น การแต่งงานกับลูกสาวของตระกูลไซโต (ตระกูลเดียวกับไซโต ฮาจิเมะ ในซามูไรพเนจรแหละ) ชื่อ ไซโต โน, การเป็นพันธมิตร (หลอก ๆ) กับพวกตระกูลอิมะกาวะและตระกูลคิระ หรือเข้าโจมตีปราบปราม เช่น บดขยี้พวกตระกูลชิบะที่พยายามจะติดต่อร่วมมือกับพวกอิมากาวะในการโค่นล้มโนบุนากะ เป็นต้น





2.พวกทาเคดะ (武田) มีฐานอำนาจอยู่ที่ไค สืบเชื้อสายมาจากตระกูลขุนนางตระกูลหนึ่ง ตราประจำตระกูลจะเป็นดอกไม้ที่มีกลีบเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน (หรือบางทีก็เป็นแค่สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน 4 อันต่อกันเป็นสี่เหลี่ยมอันใหญ่) ตระกูลทาเคดะเป็นตระกูลแรก ๆ ตั้งแต่ปลายสมัยเฮอันก่อนสมัยคามาคุระเสียอีก ได้สงครามเกนเปมาก็แล้ว โดยอยู่ฝ่ายมินาโมโตะ เข้าปราบกบฏของอุเอสึกิ เซนชู ปะทะกับพวกโฮโจก็มาก ตระกูลทาเคดะเรียกได้ว่า ฝ่าสมรภูมิทุกยุคสมัยเลยก็ว่าได้ (ถ้าไม่นับช่วงก่อนมีโชกุน) ทำให้ทาเคดะ ชินเกน แม่ทัพทาเคดะที่จะต่อสู้กับโนบุนากะในสมรภูมิที่ราบมินาตะมีเทคนิดคการรบที่มีชื่อเสียงในการใช้ทหารม้าซามูไรที่เรียกว่า คิบะกันดัน (騎馬軍団) เข้าโจมตีข้าศึกด้วยวิธีการพลิกแผลง จนทหารม้าซามูไรกลุ่มนี้บางครั้งถูกเรียกว่า ชินชูซึ คิโบซึ (神出鬼没) หรือปีศาจศักดิ์สิทธิ์




3.พวกอุเอสึกิ (上杉) เป็นตระกูลที่มีฐานอำนาจที่เอจิโกะ บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในช่วงนี้คือ อุเอสึกิ เคนชิน (上杉謙信) ตระกูลนี้ไม่ค่อยถูกกับพวกทาเคดะเท่าไหร ถึงขนาดทำสงครามกันก็มี เมื่อโนบุนากะเรืองอำนาจ เคนชินก็ได้ต่อสู้กับโนบุนากะในสมรภูมิที่แม่น้ำเทโดริ



4.พวกโฮโจช่วงหลัง (後北条)
 ศูนย์อำนาจของพวกนี้ก็ยังอยู่ที่คามาคุระที่เดิม ผู้นำตระกูลในช่วงนี้คือ โฮโจ โสน (北条早雲) ซึ่งเดิมชื่อ อิเสะ ชินคุโร ไม่มีความเกี่ยวพันกับตระกูลโฮโจเลย เขาเป็นซามูไรในตระกูล ๆ หนึ่งที่ไม่ค่อยมีอำนาจเท่าไหร แต่พยายามต่อสู้ ได้ดินแดนต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะคามาคุระ ซึ่งเป็นของโฮโจแต่เดิม ตาชินคุโรอยากให้เชื้อสายของเขามาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่ เลยเลือกเอาตระกูลโฮโจ ใช้ตราประจำตระกูลเป็นรูปสามเหลี่ยม 3 อันเหมือนกันด้วย มีบทบาทในช่วงที่ฮิเดโยชิเรืองอำนาจ



5.พวกโทคุกาวะ (徳川) ตระกูลนี้มีเริ่มต้นที่โทคุกาวะ อิเอยาสึ (徳川 家康) ชื่อเดิมคือ มาซึไดระ ทาเคจิโยะ สืบเชื้อสายมาจากพวกตระกูลมาซึไดระ พ่อของเขาคือ มาซึไดระ ฮิโรทาดะ และตระกูลนี้ก็เป็นสายหนึ่งของทายาทจักรพรรดิจากตระกูลมินาโมโตะ ฐานอำนาจอยู่ที่มิคาวะ จะมีบทบาทช่วงนี้ในสงครามร่วมกับโนบุนากะและฮิเดโยชิ พันธมิตรที่สำคัญที่พวกท่านรู้จักกันดีในช่วงปฏิรูปเมจิคือ พวกชินเซ็นกุมิ


6.พวกโมริ (毛利) (ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับตาลุงโมริ โคโกโรทั้งสิ้น) สืบสายเลือดมาจากโอเอะ ฮิโรโมโตะ ซึ่งเป็นข้ารับใช้ของโชกุนสมัยคามาคุระ ตราประจำตระกูลจะเป็นจุด 3 จุดกับขีดแนวนอน 1 ขีด ฐานอำนาจอยู่ที่อาคิ คนที่มีความสำคัญคือ โมริ เทรุโมโตะ ซึ่งต่อสู้กับโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ สมัยที่ฮิเดโยชิยังเป็นแม่ทัพของโนบุนากะ แต่ชนะเป็นบางครั้ง แต่กลุ่มตระกูลที่โนบุนากะไม่ค่อยอยากไปยุ่ง เพราะปราสาทของพวกโมริเหนียวมาก ทำให้พวกโมริสามารถคุมแคว้นทางใต้ของฮอนชูได้นานจนถึงสงครามเซคิกาฮาระ

7.พวกโออุจิ (大内) มีฐานอำนาจที่ซุโอะ มีอำนาจมากสมัยโชกุนอาชิคากะ เป็นหนึ่งในตระกูลที่มีบทบาทสนับสนุนฝ่ายอาชิคากะในการรวมราชวงศ์เหนือ-ใต้ นอกจากนี้ยังเป็นตระกูลหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้ากับต่างประเทศโดยเฉพาะจีน สุดท้ายก็ถูกพวกโมริไล่บี้หนีไปเกาะชิโกกุ

8.พวกอิมากาวะ (今川) ตราประจำตระกูลจะเป็นรูปปิ่นปักผม สืบเชื้อสายมาจากอาชิคากะ โยชิยาสึ ต้นตระกูลคือ อิมากาวะ คุนิอุจิ ฐานอำนาจอยู่ที่สุรุกะ คนที่มีความสำคัญคือ อิมากาวะ โยชิโมโตะ ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าต่อสู้กับโนบุนากะในสมรภูมิแรก ก่อนที่จะเดินทางถึงเกียวโต


หลังจากที่โนบุตาย ฮิเดโยชิก็สืบทอดเจตนารมณ์ของโนบุรวมญี่ปุ่นเป็นหนึ่งเดียวต่อไป แต่อยู่ได้ไม่นานก็ตายลงเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ โตกุกาว่า ก็เลยขึ้นมามีอำนาจต่อหลังจากที่เปิดศึกที่เซกิฮาระ ก็ตั้งรัฐบาลโชกุนขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของยุคเอโดะ