[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตอนที่ 4] ยุคคามะคุระ ค.ศ. 1185-1333



โชกุนในยุคคามาคุระก็มีดังนี้

1. Minamoto no Yoritomo (1147-1199) (r. 1192-1199)
2. Minamoto no Yoriie (1182-1204) (r. 1202-1203)
3. Minamoto no Sanetomo (1192-1219) (r. 1203-1219)
4. Kujo Yoritsune (1218-1256) (r. 1226-1244)
5. Kujo Yoritsugu (1239-1256) (r. 1244-1252)
6. Prince Munetaka (1242-1274) (r. 1252-1266)
7. Prince Koreyasu (1264-1326) (r. 1266-1289)
8. Prince Hisaaki (1276-1328) (r. 1289-1308)
9. Prince Morikuni (1301-1333) (r. 1308-1333)

ดูน่าสงสัยไหมครับ มันต้องแน่อยู่แล้วว่า ทำไมอยู่ดี ๆ พวกตระกูลคุโจและพวกเจ้าชายก็เข้าเสียบตำแหน่งโชกุนแทนตระกูลมินาโมโตะ ผมก็จะเล่าให้ฟัง



ในช่วงของมินาโมโตะ โยรีเอะ ซึ่งเป็นลูกของโยริโทโมะ ขึ้นปกครอง อำนาจของโชกุนก็ตกต่ำลง เพราะถูกพวกตระกูลโฮโจบี้ เนื่องจากโยริโทโมะดันแต่งงานกับโฮโจ มาสาโกะ (ตัว sa ผมขอใช้ สา แทน เพราะ ตัว tsu ผมใช้ ซึ ไป เดี๋ยวอ่านแล้วงง) ทำให้ปู่ของมินาโมโตะ โยรีเอะชื่อ โฮโจ โทคิมาสะ ซึ่งเป็นหัวหน้าตระกูลโฮโจ ขึ้นมามีอำนาจในฐานะตาของโยรีเอะ แต่ก็ยังไม่สามารถมีอำนาจได้เต็มที่ เพราะโยรีเอะดันไม่สนิทสนมด้วย ก็เลยอายุสั้น เขาถูกลอบสังหารในปีค.ศ. 1204 ระหว่างที่ถูกกักบริเวณในบ้าน (ใครเป็นบงการ พวกท่านก็น่าจะเดา ๆ ได้) โทคิมาสะในฐานะปู่ของโชกุนก็แต่งตั้งน้องของโยรีเอะ มินาโมโตะ สาเนะโทโมะขึ้นเป็นโชกุนแทน เพราะสาเอะโทโมะสนิทสนมกับคุณปู่โทคิมาสะค่อนข้างมากและตอนนั้นอายุเพียง 11 ปียังไม่ประสีประสาอะไร คุณปู่ก็เลยกลายเป็นผู้สำเร็จราชการแทน ส่วนตัวเขาก็ไปนั่งแต่งกลอน เพราะไม่อยากเผชิญชะตากรรมแบบพี่ชาย



หลังจากที่มินาโมโตะ สาเนะโทโมะถูกลอบสังหารโดยลูกชายของมินาโมโตะ โยรีเอะในวันปีใหม่ปีค.ศ. 1219 ด้วยอายุเพียง 27 ปี ทำให้อำนาจของตระกูลมินาโมโตะสิ้นสุดลง และเกิดสุญญากาศทางการเมือง จักรพรรดิโก-โทบะ (後鳥羽天皇) ก็พยายามจะรวบอำนาจจากโชกุน ทำให้เกิดสงครามโจเคียว (承久の乱) ในปีค.ศ. 1221 ระหว่างจักรพรรดิกับโฮโจ โยชิโทคิ (北条義時) สุดท้ายกองทัพจักรพรรดิก็แพ้และตัวจักรพรรดิถูกไล่ไปอยู่เกาะโอคิ แต่ตัวโยชิโทคิยังไม่ทันได้ครองประเทศก็ดันป่วยซะก่อนและตายในปีค.ศ. 1224 ปีเดียวกับโฮโจ มาสาโกะตาย

ทีนี้ก็ไม่มีใครจะมาเป็นโชกุนต่อ เพราะโฮโจ ยาสึโทคิน้องของโฮโจ โยชิโทคิได้ตั้งระบบโรคุฮาระ ทันได (六波羅探題) ขึ้นเพื่อป้องกันความวุ่นวายในเกียวโตและคิไนและเป็นตัวกลางระหว่างโชกุนกับจักรพรรดิ แต่ตัวยาสึโทคิไม่ได้เป็นโชกุน เพราะก่อนหน้านั้น โยชิโคคิและมาสาโกะได้ตกลงคล้าย ๆ (ผมคิดเอาเองนะ เพราะใน wikipedia ไม่ได้บอกไว้) ร่วมมือกับคุโจ มิจีเอะ ซึ่งเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาของจักรพรรดิที่เรียกว่า คันปาคุ มีอำนาจในการปกครองประเทศ แต่งตั้งลูกชายของมิจีเอะ คุโจ โยริซึเนะ (九条 頼経) เป็นโชกุนหุ่นเชิด โดยมีพวกคุโจกับพวกโฮโจบงการ เพราะตอนนั้นโยริซึเนะอายุแค่ 7 ขวบเอง ศูนย์อำนาจก็เลยย้ายมาอยู่ที่เกียวโต เพราะเป็นฐานอำนาจของพวกคุโจ มีพวกโฮโจกับคุโจเป็นรัฐบาลปกครองประเทศ เมื่อเขาอายุได้ 25 ปี ก็ถูกแทนที่ด้วยลูกของเขาคือ คุโจ โยริซึกุ (九条 頼嗣) ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ

ต่อมาก็ถูกแทนที่ด้วยบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดคือ เจ้าชายมุเนะทาคะ (宗尊親王) ราชโอรสของจักรพรรดิโก-สากะ (後嵯峨天皇) กับนางสนองพระโอษฐ์ (คนที่นำคำสั่งของจักรพรรดิไปบอกต่อ) ซึ่งเป็นคนของตระกูลไทระ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดถ้าจะมีพระราชวงศ์ขึ้นมาเป็นโชกุน เพราะเจ้าชายก็ถูกวิชามารของพวกโฮโจบังคับให้กลายเป็นหุ่นเชิด เหมือนกับสมัยของฟูจิวาระที่ทำกับจักรพรรดินั้นแล และเจ้าชายมาเป็นโชกุนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ดังนั้นก็ต้องมีผู้สำเร็จราชการแทน ซึ่งจะเป็นใครอื่นนอกเหนือจากพวกโฮโจกับคุโจ เจ้าชายคนอื่น ๆ ก็สืบทอดเป็นวงเวียนวัฏจักรเช่นนี้ต่อไป คนต่อมาอายุแค่ 2 ขวบก็เป็นโชกุนซะแล้ว และคนสุดท้ายเป็นโชกุนตอนอายุ 7 ขวบ (เจ้าชายฮิสากิเป็นโชกุนตอนอายุ 17)

หลังจากเลี้ยงต้อยมานาน สงสัยผลกรรมติดจรวดตามทัน จักรพรรดิโก-ไดโกะ (後醍醐天皇) ก็ใช้ความพยายามครั้งที่ 2 ในการล้มล้างพวกโฮโจเรียกการล้มล้างครั้งนี้ว่า การปฏิรูปเคมมุ (建武の新政; Kemmu no shinsei) หลังจากความล้มเหลวในสงครามโจเคียว แต่ครั้งนี้สำเร็จเพราะได้แม่ทัพคนสำคัญคือ อาชิคากะ ทาคาอุจิ (足利尊氏) (พวกท่านรู้จักกันอยู่แล้วแหละจากการ์ตูนเรื่องหนึ่ง แต่คนในการ์ตูนไม่ใช่คนนี้) ในการล้มล้าง เป็นอันสิ้นสุดยุคคามาคุระ และเริ่มต้นยุคอาชิคากะ


แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกโฮโจเสื่อมอำนาจลง คือ การรุกรานของพวกมองโกลนำโดยกุบไลข่าน พวกมองโกลยกกองทัพ 23000 นาย (กองทัพมองโกล+จีน 15000 นายกับกองทัพเกาหลี 8000 นาย) มายังคาบสมุทรเกาหลี ข้ามช่องแคบซึชิมา ขึ้นฝั่งและเข้ายึดเกาะซึชิมากับอิคิได้อย่างง่ายดาย ต่อมาในวันที่ 19 พฤษจิกายน ค.ศ. 1259 ก็ยกขึ้นฝั่งที่อ่าวฮากาตะ แต่คราวนี้พวกญี่ปุ่นมีการเตรียมตัวมาอย่างดีมาหลายเดือน จาการศึกษาความพ่ายแพ้ที่เกาะซึชิมาและอิคิ ระดมทรัพยากรและกำลังผลมากมายจนเอาชนะพวกมองโกลได้



ทีนี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ในปีค.ศ. 1275 รัฐบาลโชกุนสั่งสร้างป้อมปราการป้อมกันทุกจุดที่พวกมองโกลจะสามารถขึ้นฝั่งได้ โดยเฉพาะอ่าวฮากาตะ การบุกครั้งที่ 2 เริ่มในฤดูไบไม้ผลิปีค.ศ. 1281 แต่ลมพายุในช่องแคบซึชิมารุนแรง ทำให้เสียกำลังพลไปมาก ก็เลยถอยมาตั้งหลักรอจนถึงฤดูร้อน ก็ยกพลเข้ายึดเกาะอิคิได้และแบ่งกำลังพลบุกเข้าคิวชูหลาย ๆ จุด จุดที่สำคัญก็หนีไม่พ้นอ่าวฮากาตะ พวกมองโกลก็ถูกไล่บี้จนต้องหนีขึ้นเรือกลับจีน แต่ระหว่างกลับดันเกิดพายุไต้ฝุ่นที่ชายฝั่งคิวชู 2 วันขยี้กองเรือมองโกลย่อยยับ กลายเป็นตำนานของ “คามิคาเซะ” สายลมเทพเจ้าที่ปกป้องญี่ปุ่นจากมองโกล

จากการระดมทรัพยากรครั้งนี้ ทำให้เกิดสภาวะข้าวยากหมากแพง ภาษีใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นเพื่อเอามาสร้างป้อมปราการป้องกันมองโกลเพิ่ม นำไปสู้การเสื่อมอำนาจของพวกโฮโจ เพราะแรงงานที่จะทำไร่ทำนาก็กลายเป็นทหาร ภาษีก็รีดจากพวกประชาชนมากขึ้น จักรพรรดิโก-ไดโกะก็เล็งเห็นจุดนี้ก็พยายามล้มอำนาจพวกโฮโจลง

มีเรื่องเล่าซึ่งสือบเนื่องจากตำนานของโยชิทซึเนะว่า เขาไม่ได้ถูกฆ่าตาย แต่ได้หนีไปอยู่ที่มองโกล และได้เป็นเจงกิสข่าน ภายหลังจึงได้ยกพลขึ้นมาเพื่อกลับบ้านเมือง และได้ต่อสู้กับพวกโฮโจที่ยึดอำนาจของตระกูลมินาโมโตะไป ... ซึ่งเป็นเรื่องที่บังเอิญจนเหลือเชื่อ..


** มินาโมโตะขึ้นเป็นใหญ่เพียงไม่นาน ก็ถูกชิงอำนาจไปโดยตระกูลโฮโจ และทำการควบคุมตระกูลโชกุนอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่นานก็ถูกล้มโดยการร่วมมือของตระกูลอาชิคางะและจักรพรรดิ์ ซึ่งต่อมาทั้งสองก็เริ่มแตกคอกันภายหลังเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การแย่งชิงอำนาจของเหล่าไดเมียวต่าง ๆ ภายในยุคมุโรมะจิ นั่นก็คือยุคเซ็นโกคุนั่นเอง ***