คนญี่ปุ่นนั้นมีคำเรียกสิ่งประหลาดและลึกลับมากมาย เช่น เราเรียกวิญญาณของผู้ตายว่า "ผี" เพียงอย่างเดียว แต่ญี่ปุ่นจะมีเรียกที่ละเอียดอ่อนกว่า คือ เรียกวิญญาณที่ปรากฎเป็นดวงไฟสีฟ้าลอยไปมา ว่า "ฮิโนะทามะ" 人魂 , เรียกวิญญาณของผู้ตายที่ปรากฎเป็นรูปร่างมนุษย์แต่ไม่มีขาว่า "โบเร" หรือ "ยูเรย์" 幽霊 , เรียกวิญญาณที่ถูกสร้างขึ้นโดยจิตวิญณาณของคนอื่น เรียกว่า "โซเรย์" 精霊 , และเรียกวิญญาณที่เปลี่ยนรูปร่างไม่เหลือลักษณะของมนุษย์แล้วว่า "โอบาเกะ" お化け ซึ่ง โอเบเกะ มันจะเป็นวิญญาณที่ชอบสิง คน สัตว์ สิ่งของ คอยหลอกมนุษย์
ผีนั้นจะแตกต่างกับโยไคที่ว่า ผีมักจะปรากฎตัวได้ทุกที่ ทุกเวลา และจะปรากฎในสรูปลักษณะก่อนที่จะเสียชีวิต เป็นที่กล่าวกันว่า ผีไม่มีเท้า ดังนั้นเมื่อจะสังเกตดูว่าสิ่งที่ตนเห็นนั้นเป็นผีหรือไม่ ก่อนอื่นก็ให้ดูว่ามีเท้าหรือไม่
โยไค (Youkai) 妖怪
โยไคเป็นศัพท์ที่คนญี่ปุ่นใช้เรียกเหล่าบรรดา ปิศาจ ปอบ เปรต และอสุรกายที่มีมาแต่ช้านานในประเทศญี่ปุ่น บางทีก็เรียกว่า 妖(あやかし), 物の怪(もののけ)、魔物(まもの)(แวมไพร์ หรือเดม่อนนั้น อาจจะมีลักษณะคล้ายกัน แต่จะเรียกว่าเป็นปีศาจของต่างประเทศมากกว่า) โยไคนั้น มีมากหมายหลายชนิด ซึ่งมักจะปรากฎเป็นเรื่องราวพิศดารปรากฎอยู่ตามนิยายพื้นบ้าน เทพนิืยาย นิทาน ต่าง ๆ ตามแต่ละถิ่นฐานของญี่ปุ่น เหล่าโยไคนั้นมีมากมายนับพัน (เหมือนเทพของญี่ปุ่นที่มีนับไม่ถ้วน)
ตัวอย่างที่พอคุ้นหูชาวไทยหน่อยก็เช่น พรายน้ำ "กัปปะ" ผีคอยาว "โรคุโรคุบิ" พรายภูเขา "เท็งงู" นางหิมะ "ยูกิอนนะ "พรายแห่งลม "คาไมทาจิ" เปตรกินศพ "จิกินินกิ" ปีศาจจิ้งจอก "คิสุเนะ " ปีศาจแมว "เนโกะตะมะ" ผีไร้หน้า "มุจินะ" ปีศาจสองหน้า "มิยาบิ" ฯลฯ
ถ้าพูดถึงอนิเมที่เป็นดั่งสารานุกรมโยไคคงหนีไม่พ้นเรือง เกะเกะเกะ โนะ คีทาโร่
นอกจากนี้ก็ยังมีการตูนหลาย ๆ เรื่องที่มีเรื่องเกียวข้องกับโยไค เช่น นูเบมืออสรูล่าปีศาจ , อุชิโอะกับโทร่า ฯลฯ
ตัวอย่างโยไค
ยักษ์ (Oni) 鬼
มีลักษณะคล้ายมนุษย์ แต่มีเขาเหมือนวัวและเขี้ยวเหมือนเสือ ปากยาวจนถึงใบหู นุ่งห่มหนังเสือ เล่ากันว่า ยักษ์กินมนุษย์เป็นอาหาร ไม่มีอารมรณ์ความรู้สึก มีพละกำลังมากและไม่เกรงกลัวสิ่งใด เทพที่มีอำนาจอย่างเช่นเทพวายุ และเทพสายฟ้า ก็มีลักษณะเช่นนี้
อาศัยอยู่ในหุบเขาลึก มีอำนาจเหนือมนุษย์ สามารถเหาะไปในท้องฟ้าได้อย่างอิสระ โอเทงงู (ราชาเทงงู) เป็นเทงงูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีใบหน้าสีแดง จมูกยาวยื่นออกมาและถือพัดขนนก รองลงมาคือ คะระสุเท็งงู (อีกาเทงงู) และ โคโนะฮะเทงงู (เทงงูใบไม้) เนื่องจากเทงงูเป็นเทพยามะชุชิ ซึ่งเป็นเทพแห่งขุนเขา เทงงูจึงแต่งกายด้วยอาภรณ์ของยะมาชุชิ
คิซึะเนะ ซึ่งตามความเชื่อโบราณ จิ้งจอกจะสามารถแปลงร่างเป็นผู้หญิงได้ และมักจะ เกี่ยวข้องกับไฟ ตอนกลางคืนถ้าเห็นไฟตามป่าเขาจะเรียกว่า ไฟสุนัขจิ้งจอก หรือคำว่า เจ้าสาวสุนัขจิ้งจอก จะพูดถึงขบวนแห่งเจ้าสาวที่ถือโคมไฟเป็นขบวนยาว สุนัขจริงจอกมักจะมีลักษณะนิสัยปกปิด ซ่อนเร้นและเจ้าเล่ห์ ว่ากันว่า ทุก ๆ ร้อยปี จิ้งจอกจะมีหางเพิ่มขึ้น 1 หาง แต่หางที่ 9 จะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุครบ พันปีเท่านั้น
ฮาคุตาคุ (Hakutaku) - ปีศาจที่มีลักษณะคล้ายวัว มีเขาและมมากกว่า 3 ว่ามีความสามารถในการมองเห็นอดีต เคย์เนะเราก็เป็นลูกครึ่ง ฮาคุทาคุ เหมือนกัน






