[Galgame memory] ตำนานแห่งดาบเทพนิรันดร์ 永遠神剣シリーズ ตอนที่ 1 กำเนิดดาเทพนิรันด์,ดาบเทพระดับ 1

ถ้าหากจะพูดถึงเกมที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อนซับซ้อน มีเอกลักษณ์ มีโลกและจักรวาลเป็นของตัวเองที่สามารถจะสร้างสรรค์ตัวละคร เพิ่มเติมเนื้อหาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในโลกของตัวเองได้อยู่เสมอ และสามารถที่จะดำรงคงอยู่ไม่หนีหายลาจากไปไหนแล้ว  สำหรับในฝั่งคอนโซลที่หลายคนเล่นมานั้นคงไม่พ้น พวกไพนอลแฟนตาซี่ (ที่หลัง ๆ มีเอกลักษณ์เป็นเส้นตรงและตีเต่า) ดราก้อนเควส เทลซีรี่ย์ สาวผสมยาอโตริเอะ ฯลฯ

ส่วนทางฝั่งเกมเด็กดีก็มีเกมดี ๆ ที่ไม่น้อยหน้าใครที่ไหนแต่ไม่แนะนำให้เด็กดีเล่น (ฮา) ไม่ว่าจะเป็น มหากาพย์แห่งเกาะลอยฟ้าแรนซ์ซีรี่ย์ในโลกของอลิส ,  ดินแดนแห่งสงครามที่เหล่าทวยทพปกรณัมห่ำหั่นกันต้นเหตุของการกำเนิดเทพพิฆาตเซริกะในโลกของอีชูลี่ , ดาบเทพนิรันดร์ในจักรวาลของ Xuse , 24 ชิโตะแห่งจักรวาลไทป์มูน ฯลฯ


และเกมที่ผมจะพูดถึงวันนี้คือเนื้อหาของดาบอมตะที่ปรากฎอยู่ในจักรวาลของ Xuse นั่นเองครับ




ดาบเทพนิรันดร์ (เอย์เอ็นชินเคน)  永遠神剣

สุดยอดศาสตราวุธที่จะมอบพลังอันแข็งแกร่งให้แต่เจ้าของด้วยพลังมานาที่ตัวมันเองสะสมมา อีกทั้งยังพยายามที่จะควบคุมผู้ที่ครอบครองมันอีกด้วย  ถึงแม้ว่ามันจะถูกเรียกว่า "ดาบ"เทพนิรันดร์ก็ตามที แต่รูปลักษ์ของมันหาได้ยึดติดกับรูปแบบของดาบไม่ มันอาจจะเป็นได้ทั้งดาบยาวคะตะนะ หอกยาวยาริ ดาบคู่แฝด และอีกหลากหลายรูปแบบ 

ระดับของดาบนั้นแบ่งออกเป็น 10 ระดับด้วยกัน ความแข่งแกร่งของแต่ละระดับนั้นอาจไม่แตกต่างกันนัก แต่สำหรับระดับขั้นสูงกว่าระดับสามจะมีพลังอันมหาศาล เหล่าผู้ใช้ดาบเทพนิรันดร์จะมีพลังมากกว่าเหล่านักรบสามัญอย่างเห็นได้ชัดเจนเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้

ดาบเทพนิรันดร์นั้นมีสัญชาตญาณที่ปราถนาที่จะกลับไปเป็นหนึ่งเดียว จึงมีความกระหายที่จะทำลายล้างและกลืนกินพวกด้วยกันเพื่อเพิ่มพลังให้แก่ตัวเอง พร้อมทั้งดูดซับพลังมาน่าที่กระจายไปยังเหล่าโลกต่าง ๆ ทั้งหมด  และกลายเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์เพียงเล่มเดียวเท่านั้น


เอเทอร์นอล  エターナル
ชื่อโดยรวมของเหล่าผู้ที่ได้รับการยอมรับจากจากดาบเทพนิรันดร์ระดับสูงตั้งแต่ระดับสามขึ้นไป จะกลายเป็นผู้มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ ไร้ซึ่งอายุไข ไม่แก่ไม่ตายและเป็นอมตะ ถ้าหากว่าออกจากโลกที่ตัวเองอยู่ไปจะทำผู้คนที่รู้จักในโลกนั้นลืมเรื่องราวของตัวเองไปจนหมดสิ้น



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ดาบจักรพรรดิฟ้า 【天位】 , ราชันย์พิภพ 【地位】  , ปลอกพิทักษ์ 【鞘】
เป็นดาบนิรันดร์ที่ไม่อยู่ในระดับใดทั้งสิ้นแต่จะมีบทบาทสำคัญเป็นอันมากถือว่าเป็นจุดกำเนิืดเรื่องราวทั้งหมด


จักรพรรดิ์ฟ้าเอย์โคว์ (ชั่วนิรันดร์) 永劫
เป็นรูปลักษ์และพลังที่แท้จริงซึ่งหลับไหลอยู่ของดาบนิรันดร์ระดับสาม เอย์เอ็น (นิรันดร์) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ เป็นดาบที่มีความขัดแ้ย้งและเป็นศัตรูกับราชันย์พิภพเซทซึนะ (ชั่วพริบตา) 刹那  แต่ก็ไม่เคยต่อสู้กันสักทีเพราะถ้าหากปะทะกันแล้วจะทำให้โลกที่ห่ำหั่นกันนั่นถึงขั้นพังดับสูญ ปรากฎตัวขึ้นในโลกแห่งดาบในเอย์เอนโนะอาเซเรีย   「永遠のアセリア」 ปัจจุบันอาเซเรีย アセリア บูลสปริตที่กลายเป็นเอเทนอลแล้วเป็นผู้ครอบครอง


ราชันย์พิภพเซทซึนะ (ชั่วพริบตา)  刹那
ปัจจุบันเป็นดาบที่อยู่ในฐานะบริวารของดาบเทพระดับหนึ่งเซย์อิ (พลานุภาพศักดิ์สิทธิ์) เป็นดาบที่มีความขัดแย้งกับ ดาบจักรพรรดิ์ฟ้าเอย์โคเช่นกัน แต่ก็ไม่สามารถที่จะปะทะกันตรง ๆ ได้ด้วยเหตุผลที่จะทำให้โลกดับสูญเช่นเดียวกัน มีหน้าที่ดำรงอยู่เพื่อปกปักษ์รักษา "โลกแห่งโล่"  ผู้ครอบครองไม่ปรากฎ





ปลอกพิทักษ์โจว์ริซึ (ปรับแต่ง)  調律
เป็นปลอกที่มีความสามารถในการผนึกพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ และพยายาที่จะยับยั้งสงครามระหว่างจักรพรรดิ์ฟ้าและราชันย์พิภพ แต่เพราะไม่สามารถที่จะผนึกพลังของดาบทั้งคู่ได้ (ไอ้ดาบสองตัวเนี่ยมันดุจริง ๆ ขนาดอาวาลอน เฮ้ย.. ปลอกยังเอาไม่อยู่) ทำให้สมดุลของตัวเองพังทลายไป ส่งผลทำให้สูญเสียพลังไปอย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จึงตัดสินใจไปเกิดใหม่เป็นดาบเทพนิรันดร์ระดับสามยูว์คิว (กัลปาวสาน) 悠久 อาวุธคู่ใจของ ยูโฟเรีย ลูกสาวของยูโตะ (ตัวเอกในอิเอ็นโนะอาเซเรีย) กับ อาเซเรียเดอะบูลสปริต (จริง ๆ ทั้งคู่ก็เป็นเอเทอร์นอลแล้ว ส่งผลทำให้ยูโฟเีรียกลายเป็นเอเเทอร์นอลตั้งแต่เกิด)



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

>ดาบเทพนิรันดร์ระดับ 1



อุนเมย์ (โชคชะตา) 運命
ดาบเทพระดับหนึ่งของโลกัส ローガス หนุ่มน้อยผมแดงผู้นำสูงสุดของเอเทอร์นอลกลุ่มคาออส  カオス หรืออีกชื่อหนึ่งว่า โลกัสผู้รู้โชคชะตาทั้งหมด" แต่ทว่ายังไม่มีใครเคยเห็นโลกัสเคยชักดาบนี้ออกมาต่อสู้เลยสักครั้ง ลักษณะดาบนั้นเป็นดาบถือมือเดียว เป็นดาบที่มีสายสัมพันธ์เกี่ยวกับตระกูลของดาบจักรพรรดิ์ฟ้า




ชุคุเมย์ (ชะตากรรม) 宿命
ดาบเทพที่มีรูปร่างเป็นแหวน สามารถสะท้อนความคิดของผู้ครอบครองให้กลายเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการทำให้โลกสักใบหายไป ปัจจุบันกำลังปกป้องมิวกี้ ミューギィ ผู้ปิดกั้นหัวใจของตัวเอง เพราะ "โชคชะตานั้นแย่งชิงทุกสิ่งจากเธอไป"  มีสายสัมพันธ์ไปทางตระกูลของดาบราชันย์พิภพ



เซย์อิ (ศักดิแห่งราชันย์) 聖威
ดาบอมตะในยุคเก่าถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยสงครามของเหล่าเอเทอร์นอลจากอวกาศ เพื่อที่จะผนึกพลังอันสุดแสนจะอันตรายเหลือคณานับของ มุราคุโมะโนะนารุ (นารุแห่งหมู่หมอก) 『叢雲』のナル ดาบเทพมีเชื้อสายจากราชันย์พิภพ โลกัสผู้นำของเหล่าเอเทอร์นอลแห่งคาออส ผู้ครอบครองดาบระดับหนึ่งอุนเมย์เชื้อสายของจักรพรรดิ์ฟ้า จึงมุ่งหน้าไปผนึกพร้อมกับเหล่าผู้ครอบครองดาบเทพอื่น ๆ พร้อมกันผนึกนาคุคานะ ด้วยเหตุผลที่ว่าเซย์อินั้นได้ให้โลกัสยืมพลังบางส่วนไป จึงไม่สามารถที่จะอยู่ในฐานะเดียวกันได้แม้จะเป็นดาบที่มีสายสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันก็ตาม ในตอนที่ใช้ผนึกนารุคะนะ ต่อสู้กับนารุคานะโดยตรงนั้น ดูเหมือนว่าจะพ่ายแพ้อย่างหมดรูป

ในบทโหมโรงของ "นารุคานะ" นั้น ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของในขณะนั้นของตัวเอกโนโซมุกับนารุคานะ


มุราคุโมะ (ทุ่งเมฆา) 叢雲
เป็นดาบเทพที่ค้นหาพลังอย่างอื่น เพื่อที่จะเอาไปต่อสู้กับดาบเทพด้วยกันเอง  ตั้งแต่การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์  วิจัยเอเทล  จนถึงการค้นหาเผ่าพันธุ์ที่ครอบครองพลังพิเศษ  และได้สร้างกลุ่มต่าง ๆ เคลื่อนไหวอยู่ทุกหนทุกแห่ง  อีกทั้งยังทำให้เกิดสิ่งเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อโลกของ "มาน่า" ที่ถูกเรียกว่า "นารุ" (คือการเปลี่ยนมาน่าให้กลายเป็นสิ่งตรงกันข้ามอีกทั้งยังเป็นปฏิบัติต่อกัน.. ถ้ามาน่าเปลี่ยนเป็นนารุหมด ดาบเทพที่ใช้พลังของมาน่าก็จะกลายเป็นแค่เศษเหล็กและตายไปในที่สุด...)

ด้วยเหตุผลนี้ในอดีตจึงได้ถูก ดาบเซย์อิ โลกัส และเหล่าผองเพื่อนผนึกเอาไว้ เพราะว่ามีเชื้อสายมาจากตระกูลของดาบราชันย์พิภพ จึงมีพลังของ "โลกแห่งโล่" ตามพันธุกรรม  ความรู้สึกนึกคิดจริงๆ แล้วก็คืออยากจะนอน (ดูการ์ตูน)

ลักษณะดาบเป็นดาบยักษ์สองคม แต่ถ้าหากiรวมกับดาบรุ่งอรุณจะเปลี่ยนกลายเป็นคมเดียว ผู้ทำพันธะสํญญาด้วยก็คือ ซาโตคิ โนะโซมุ (聖) หรือ โนโซมุ แห่ง มุราคุโมะ   (叢雲のノゾム)

วิญญาณพิทักษ์ (ในขณะนั้น) - เรเมผู้ศักดิ์สิทธิ์ 聖レーメ , ปีกแห่งการก่อกำเนิดและฟื้นคืน 転生と誕生の翼 , เคย์รอน ケイロン


............. ไว้จะเขียนระดับอื่นเพิ่มเติมภายหลัง ...................






Character profile


 


อาเซเรีย บูลสปริต สาวน้อยผู้มีปีกพิสุทธิ์ アセリア=ブルースピリット 白い翼の少女
สปริต スピリット แห่งจักวรรดิ์รากิออส  ラキオス ซึ่งเคยทำสงครามกับจักรวรรดิ์เซกิออส サーギオス ในโลกฟานตาโซมโกเรีย  ファンタズマゴリア ด้วยฝีมือดาบอันยอดเยี่ยมและความรู้สึกไม่กลัวเกรงต่อดาบของผู้ใด จึงถูกขนานนามจากอูลูกะ ウルカ แห่งเซอร์กิออสและเหล่าอัศวินอื่น ๆ ว่า "คมเขี้ยวสีครามแห่งรากิออส" ก่อนที่จะได้พบกับ ยูโตะ ユート นั้น เธออยู่อย่างไรจิตใจมีชีวิตอยู่เพื่อการต่อสู้เท่านั้น ไม่เคยแม้จะตั้งคำถามใด ๆ แต่ภายหลังที่พบกับยูโตะ และได้ร่วมต่อสู้ด้วยกัน เธอก็ค่อย ๆ มีความรู้สึกและอารมณ์เหมือนมนุษย์ขึ้นทีละนิด ๆ และค้นหาความหมายของการ "มีชีวิตอยู่" ว่าเธอนั้นต่อสู้ไปเพื่ออะไรในสงครามนี้

ความจำของเธอนั้นไม่ค่อยจะดีนัก แต่กลับมีนิสัยที่จะมุ่งมั่นทำงานซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ ครั้งจนกว่าจะสำเร็จด้วยความซื่อตรง ชอบอ่านหนังสือ และมีความพรสวรรค์ในการแกะสลักและวาดรูป (ตรงกันข้ามกับรุ่นพี่ซัทซึกิเลยสินะ.. ขานั้นวาดภาพไม่เอาไหนเลย) มักจะแสดงสีหน้านิ่ง ๆ ไร้ความรู้สึกแต่ก็แสดงออกไปตามสัญชาติญาณเท่านั้นในใจก็ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งมากไป  แต่ยูโตะมันจะคิดไปว่า "อาเซเรีย คิดอะไรอยู่กันนะ?" อยู่เสมอ  ได้ตัดสินใจเข้าร่วมต่อสู้ในสงครามอันเป็นนิรันดร์และกลายเป็นเอเทอร์นอลพร้อมกับยูโตะ  ในภายหลังก็ไห้กำเนิด ยูโพเรีย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (เอเทอร์นอลมีลูกไม่ได้นะเธอว์..)


สปิริต スピリット
ชื่อโดยรวมของผู้ที่กำเนิดมาจาก ดาบเทพนิรันดร์ระดับสองไซเซย์ (กำเนิดใหม่) 再生 บ้างก็เรียกว่า "เหล่าเทพธิดาแห่งดาบ" แต่ละคนจะมีธาตุประจำตัวแตกต่างกันไป 5 สี คือ สีน้ำเงิน , แดง , เขียว , ขาว ,ดำ ซึ่งส่งผลให้มีความสามารถแตกต่างกันไป  ตอนกำเนิดออกมาก็จะถือดาบเทพที่มีพลังแข็งแกร่งติดตัวมาด้วย จึงเหล่ามนุษย์ถูกใช้ในฐานะทหาร หรือเครื่องมือในสงคราม  บางกรณีอาจจะมีพวกที่อ่อนแอเกิดมา แต่ก็ไม่มีอันตรายต่อมนุษย์ สำหรับสปริตที่ครอบครองเทพนิรันดร์นั้น จะมีวงแหวนที่เรียกว่า ไฮลอว์ ハイロゥ ปรากฎอยู่บนหัว

ไฮลอว์ ハイロゥ
วงแหวนที่ปรากฎอยู่บนหัวของเหล่าสปริตที่ครอบครองดาบเทพนิรันดร์  สำหรับเหล่าสปริตที่ชำนาญการต่อสู้จะสามารถบังคับใช้ไฮลอว์ทั้งในการโจมตีและป้องกันได้ รูปร่างของไฮลอร์จะแตกต่างกันไปตามสปิริตแต่ละตน ซึ่งจะสามารถใช้พลังของตัวเองได้อย่างหลากหลาย  แต่สปริตจะใช้พลังได้จากบางส่วนจากร่างกายเท่านั้น ยิ่งสปริตเชี่ยวชาญการต่อสู้มากขึ้นเท่าใดไฮลอร์ก็จะค่อย ๆ กลายเป็นสีดำเข้มมากขึ้นเท่านั้น และจะค่อย ๆ ถูกดาบเทพนิรันด์กลืนกินความนึกคิดไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้สปริตนั้นสูญเสียจิตใจแห่งความเป็นมนุษย์ไป สปริตสีดำจะเป็นสีที่กลายเป็นสีดำได้เร็วที่สุด



เซโตกิ โนโนมุ | 世刻 望
ตัวละครเอกของเซย์นารุคานะ ผู้มีบุคลิกอันเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสาว ๆ ซึ่งจะเป็นทางด้านมิตรภาพของความเป็นเพื่อนมากกว่าความรักของหนุ่มสาว  ซ้นในการตั้งชื่อให้สิ่งต่าง ๆ นั้นถือว่าแย่มาก แต่คนที่ได้รับการตั้งชื่อกลับรู้สึกยินดีซะงั้น (อย่างเช่นชื่อ เรเม , อิรุคานะ) อีมเมจของตัวละครจะคล้าย ๆ กับพระเอกเชื้อสายกษัตรย์ที่ต่อสู้สร้างผลงานไต่เต้ามาเรื่อย ๆ ความรู้สึกรักของเหล่านางเอกในเวลาที่เริ่มพบกันมักจะเต็มเปี่ยมโดยทันที อาจจะเป็นเพราะนางเอกเหล่านั้นมีความสัมพันธ์บางอย่างเกี่ยวข้องกับ เทพแห่งการทำลายล้างจีรูออล 破壊神ジルオルซึ่งเป็นอดีตชาติของเขาก็อาจเป็นได้ ภายหลังได้ทำสัญญากับดาบศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่ง "มุราคุโมะ" กลายเป็น โนโซมุแห่งมุราคุโมะ นารุ-ไฮเอเทอร์นอล และตัดสินใจที่จะเดินทางเพื่อไปปิดปัญชีกับ ดาบเทพระดับหนึ่งเซย์อิ แม้ว่าสงครามระหว่างลอร์ กับ คาออสกำลังร้อนระอุรุนแรงขึ้นทุกทีแต่ทางด้านสงครามที่จะเกิดขึ้นทางด้านโนโซมุนี้ก็ดูท่าทางจะดุเดือดไม่แพ้กัน



นารุคานะ | ナルカナ
ตามคำกล่าวของเทพแห่งการสร้าง เอท คา รีฟา 時間樹エト・カ・リファ (ไว้จะเขียนรายละเอียดให้วันหลังเกี่ยวกับดาบระดับสอง ถ้าจะจำกัดความก็ บอสใหญ่(ของรูทอื่น)เพื่อนสนิทแอบรัก กับยันดาเระ) เธอคือสาวน้อยผู้งดงามและเป็นผู้มีอำนาจอยู่บนจุดสูงสุดของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นอัญมณีหรือดอกไม้ที่งดงามปานใดก็จะดูหมองไปเมื่อเทียบเคียงกับใบหน้า มีหัวใจที่สูงส่งงดงามแจมใสราวกับท้องฟ้าสีเขัยวสีครามยามฤดูร้อนระคนกับผลึกน้ำแข็งใสที่ละลายยามฤดูใบไม้ผลิ ผู้คนต่างให้ความเคารพนับถือแม้ว่าจะใจปาปหยาบช้า โอบอ้อมอารีดั่งพระแม่ธรนีที่ปกปักรักษาแผ่นดิน

เป็นร่างอวตารของมุราคุโมะ ดาบเทพนิรันดร์ระดับหนึ่ง แต่เพราะว่าได้ทำการเปลี่ยนพลังมาน่าให้กลายเป็นพลังนารุซึ่งเป็นอันตรายอันใหญ่หลวงต่อการคงอยู่ของเหล่าดาบเทพนิรันดร์  ในอดีตจึงถูกพวกโลกัสซึ่งร่วมมือกับดาบเซย์อิ ผนึกไว้ที่ต้นไม้แห่งกาลเวลา 時間樹 สำหรับเธอแล้ว ต้นไม้แห่งกาลเวลก็เปรียบเสมือคุกขนาดยักษ์ที่ถูกสร้างเพื่อจองจำเธอเอาไว้  ลักษณะนิสัยจริง ๆแล้ว ออกจะเหย่อหยิ่ง ถือดี เอาแต่ใจ ไม่สนใจใคร  ถืออ้างว่าตัวเองนั้นเป็นดาบที่มีพลังสูงสุดอยู่เหนือเหล่าดาบเทพทั้งมวล (พูดเองเออเอง...) ตอนที่ถูกผนึกนั้นได้ถูกแยกออกเป็นสาม คือ "พลังแห่งมุราคุโมะ" 「叢雲の力」"สำนึกแห่งมุราคุโมะ" 「叢雲の意思」 และ 「叢雲の器」 "ภาชนะแห่งมุราคุโมะ" ส่วนนารุคานะ นั้นคือร่างอวตารของ "มุราคุโมะ" ในส่วนของ "สำนึก" หลังจากที่ถูกผนึกแล้วนั่นเอง เธอนั้นก็ยังต้องการผู้ที่จะมาทำพันธสัญญาด้วยมากเพราะจะทำให้สามารถใช้พลังของตัวเองได้อย่างสูงสุด


ท่านนารุคานะ  นั้นชอบอ่านการ์ตูนเป็นยิ่งนัก โดยเฉพาะการ์ตูนประเภทบู้ล้างผลาญ มักจะเอาวลีเด็ดจากการ์ตูนมาใส่ในท่าเอคชั่นของตัวเอง อย่างเล่นเวลาใช้ ヒートフロア ก็จะพูดว่า "หัวใจ(ฮาร์ท)เอ่ยจงสั่นสะเทือนเลือนลั่น  กระแทก(บีท)เผาผลาญให้ทุกสิ่งให้สูญสลายมลายสิ้น" (จาก ジョジョネタ) จะเรียกว่าเป็นนางเอกเบื้องหลังของเซย์นารุคานะเลยก็ว่าได้  ภายหลังสงครามก็ได้รับพลังคืนมาแค่ส่วนเดียว จึงร่วมเดินทางกับโนโซมุเพื่อตามหาพลังที่เหลือทั้งหมด




-永遠のアセリア-

ประพันธ์ : 吉田ユースケ
ทำนอง : matur suksema
ขับร้อง : คาวามุระ ยูมิ 川村ゆみ

紫に煙る街を見下ろしながら 幾千もの雨音に誓う
ปฏิญาณต่อเสียงของสายฝนนับพันหมื่น
พร้อมทั้งมองไปยังซากเมืองเหลือแต่ควันไฟอยู่ท่ามกลางสีม่วง

薄紅に染まる 頬をやさしく撫でて
繋いだ手は 離さないで
แต่งแต้มใบหน้าอย่างอ่อนโยน ย้อมมันด้วยสีสรรค์แดงสด
สองมือที่กุมกันไว้แน่นนี้จะไม่แยกจากกัน

熱くこの胸に響く 
見果てぬ願いは 姿を変えて 時の流れを越えて降り注ぐ
ความร้อนรุ่มที่เผาพลาญกึกก้องอยู่ในหัวใจดวงนี้
ทำให้ความปราถนาที่มิอาจสมหวังนั้น
แปรเปลี่ยนรูปร่าง และไหลข้ามผ่านกระแสแห่งกาลเวลาอยู่เรื่อยไป

抑えても抑えきれない
揺れるこの想いは
止めどなく寄せる波のよう
แม้ว่าอยากจะควบคุมมัน แต่ก็มิอาจทำได้
ความรู้สึกที่สั่นไหวอยู่นี้
ราวกับกระแสคลื่นที่สาดซัดไปมาไม่หยุดยั้ง

閉ざしても閉ざし切れない
揺れるこの瞳は
巡りゆく戸惑いの中で 何を見つめるの
แม้จะหลับตาไปแล้วก็ตาม ก็ไม่อาจจะหยุดการมองเห็น
ดวงตาที่สั่นไหวดวงนี้
กำลังจ้องมองสิ่งใดอยู่กันนะ กลางความลังเลที่วนเวียนไปมาอยู่นี้

崩れ落ちてゆく 砂の器のように
満たされずに想いだけつのる
ราวกับภาชนะบรรจุทรายที่ร่วงล่นแตกกระจาย
เป็นความรู้สึกของสองเราที่ไม่เคยเพียงพอ

こぼれ落ちてゆく それがさだめのように
指の隙間すり抜けてく
ราวเป็นโชคชะตาลิขิต ให้มันร่วงหล่น
ไหลผ่านช่องว่างของนิ้วมือดังเม็ดทราย

紅く その腕に刻む 
儚き願いは
夜空を照らす光と影に飲み込まれてゆく
สีสรรค์สีแดงสดสลักอยู่ที่แขนข้างนี้
เป็นคำร้องขอที่เอาแน่เอานอนไม่ได้
คอยกลืนกินเงามืดและแสงที่แปล่งประกายบนท้องฟ้ายามราตรีอยู่เรื่อยไป

伝えても伝えきれない
けがれ無き言葉は
限りある地平をさまよう
อยากจะบอกกล่าวออกไป แต่ก็ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยออกไปได้
เป็นเพียงคำพูดที่ไร้ความหมาย
จำกัดอยู่ในพื้นที่ หลงวนเวียนไปมาอยู่อย่างนั้น

数えても数えきれない 結ばれぬ糸目を
限りある永遠の中で 探し続けるの
คอยค้นหาอยู่เรื่อยไป ตามสายใยอันแสนปราะบางเพื่่อเชื่อมต่อสายสัมพันธ์
จำกัดอยู่ กลางความเป็นนิรันดร์

抑えても抑えきれない
揺れるこの想いは
止めどなく寄せる波のよう
แม้ว่าอยากจะควบคุมมัน แต่ก็มิอาจทำได้
ความรู้สึกที่สั่นไหวนี้
ราวกับกระแสคลื่นที่สาดซัดไปมาไม่หยุดยั้ง

閉ざしても閉ざし切れない
揺れるこの瞳は
巡りゆく戸惑いの中で 何を見つめるの
แม้จะหลับตาไปแล้วก็ตาม ก็ไม่อาจจะหยุดการมองเห็น
ดวงตาที่สั่นไหวดวงนี้

กำลังจ้องมองสิ่งใดอยู่กันนะ ท่ามกลางความลังเลที่วนเวียนไปมาอยู่นี้



hallelujah

ขับร้อง:Minkami mieko 水上美恵子
ทำนองเพลง:matur suksema
จากเกม : Eien no aselia EXPANSION M


forever 聴きなれた言葉
時に人を狂わせる
forever คำสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าที่คุ้นหูเสียเหลือเกินนี้
ไม่ว่าจะได้ยินเมื่อใด ก็ยังคงทำให้ผู้คนคลุ้มคลั่งอยู่เสมอ

forever 行き場なく漂い
水面揺らす 泡沫の夢
forever ก็ยังคงล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย
เป็นความฝันที่ไม่จีรัง ดั่งผิวน้ำที่สั่นกระจายเพียงชั่วครู่

赤く 燃え上がる想い
時に他人(ひと)を傷つけ
ความรู้สึกที่ถูกเผาผลาญจนลุกไหม้กลายเป็นสีแดงฉานนี้
ไม่ว่าคราใด ก็ยังคงทำร้ายผู้คนอยู่เสมอ

やがて戦場(いくさば)を彩り
夜を照らす 紅の月
ย้อมสนามรบด้วยสีสรรค์
เป็นจันทราสีชาดแปล่งประกายอยู่บนท้องนภา


名も無き花は 根となりて
名も無き人の 哀しみを憂う
ปุบผาไร้นาม กลับคืนสู่รากเหง้า
เหลือไว้เพียงแต่ความเศร้าหมองของผู้คนไร้ชื่อ

ハレルヤ ハレルヤ
ハレルヤ ハレルヤ
ฮาเลลูยาห์ ฮาเลลูยาห์  ขอสรรเสริญแด่พระผู้เป็นเจ้า
ฮาเลลูยาห์ ฮาเลลูยาห์  ขอสรรเสริญแด่พระผู้เป็นเจ้า


散りゆく花は 芽となりて
散りゆく人の 儚きを偲ぶ
ต้นไม้ที่ร่วงหล่น จะกลับคืนเป็นต้นอ่อน
คนที่ร่วงหล่น เจ้าจักจะจบสิ้นแล้วกระนั่นหรือ


覚えていますか? 過ぎしあの頃
今もいつまでも忘れえぬ日々
ยังจำได้ใช่ไหม? วันเวลาที่พัดผ่านไปนั้น
จะยังคงเป็นวันที่น่าจดจำทั้งในตอนนี้และตลอดไป

It's raining in the still of the night
at first light to be a memories
but don't lose grip on the dream of special
so long as I live, never say goodbye
I'll return in your heart





ดาบเทพนิรันดร์มีชื่อเรียกว่าอะไรบ้างนะ?