ปล. แปลไว้ตั้งแต่ปี 2008 แล้วละ.
二人のVIVIT -for herselves-
.
【ร้อง 】 神依レラ (かむい れら)
【ท่วงทำนอง】 ハーセルブズ、幻想機械、少女神性(秋霜玉)
.
.
世界が、こんなにも痛みを抱えているなんて。
この異空間に閉じ込められるまで、ぜんぜん知らなかった。
.
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด อันแสนประหลาดใบนี้
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุอันใด ฉันถึงได้ถูกกับขังให้อ้างว้างโดดเดี่ยว
.
私はVIVITと呼ばれていたモノ。
誰もいないこの世界では、名前なんて無意味だけど。
ここにあるのは、絶望だけ。
目を閉じても。耳を塞いでも。
私のところまで、届いてくる。
痛いよ、苦しいよ。
そんな、悲痛な叫びが。
……凍りついた翼は、もう羽ばたけない。
.
ณ. ที่นี้ ฉันคือสิ่งที่มีชื่อว่า VIVIT
ชื่อที่ไร้ค่า ในโลกที่ไร้ผู้คน
โลกที่มีเพียงแต่ ความสิ้นหวัง
แม้ว่าจะหลับตา แม้จะปิดหูเพียงใด
ก็ไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามา
ช่างแสนทรมาน และเจ็บปวดเหลือเกิน
แม้จะร่ำร้องระทมเพียงใด
ฉันก็ไม่สามารถที่จะโบยบิน ได้ด้วยปีกที่ถูกแช่แข็งนี้
.
風焉(お)わる、この最果てで
永劫回帰する、絶望たち
ひとみ閉じて、聞きつづける
ずっと ずっと ずっと ずっと
.
ในโลกที่สายลมหยุดนิ่ง
ฉันได้แต่เพียงเฝ้ารอเหล่าความหวัง อยู่ชั่วนิรันด์
ขอปิดตาลง คอยเฝ้าฟังเสียงอย่างนี้อย่างนี้
เรื่อยไป
.
その時、時空を越えて
舞い下る、一人の少女
私と同じ姿をしていた
.
เวลานั้น มีสิ่งหนึ่งตกลงมาจากท้องฟ้า
สิ่งนั้นคือ สาวน้อยคนหนึ่ง
เธอ.. ผู้มีีรูปร่างเหมือนฉัน
.
――――あなたは、誰?
「わたしはVIVIT。あなたを助け出しにきました」
――――助けに?
「ご主人様は、ずっと待っていました。あなたが帰ってくるのを」
――――帰ることは……できない。
「どうして?」
――――私には、朝は決して訪れないから。
「………どういうこと?」
――――ほら、あなたにも見えるでしょ。
.
-----เธอ คือเป็นใครกันนะ?
ฉันชื่อ VIVIT ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยเธอนะ
-----ช่วยฉัน?
นายท่าน กำลังรอการกลับไปของเธออยู่นะ ฉันก็เลยมารับเธอไงละ
-----ฉัน กลับไปไม่ได้
ทำไมเหรอ?
-----เพราะ คนอย่างฉันไม่สามารถที่จะพบกับรุ่งอรุณของยามเช้าได้หรอกนะ
ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้นละ?
-----เธอก็ลองมองดูรอบ ๆ สิ
.
天地に満ち満ちている
無尽蔵の暗黒たち
黎明待てど待てども、至らず
.
ท้องฟ้าและพื้นดินนั้น
ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดที่ไม่จบสิ้น
แม้ฉันจะรอเพียงใด รุ่งอรุณก็ไม่เคยมา
.
――――これからも、ずっと夜は明けることはない。
「明けないのなら、自分が太陽になればいいんです」
――――そんな力、私にはない。
「希望を捨てない限り、必ず道は開きます」
――――あなたにもすぐに分かるはず。希望はただの幻だという事に。
「……わかりました。力ずくでも、この暗黒の海から引き上げてみせます!」
.
-----เพราะว่าที่นี่นะ คือค่ำคืนที่ไม่มีวันที่จะพบกับรุ่งอรุณตลอดกาลนะสิ
หากว่ารุ่งอรุณจะไม่มาเยือนที่นี้ละก็ ฉันจะเป็นดวงตะวันฉายแสงให้เอง
-----เธอไม่เข้าใจหรอก ความหวังนะมันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น
งั้น.. ฉันจะพาเธอ ขึ้นจากท้องทะเลแห่งความมืดมิดนี้เอง
.
少女は私の手を掴み、大空へと羽ばたく。
彼女の機械仕掛けの翼は、たくさんの風を受け止め、気持ちよさそうに揺れていた。
.
เธอจับมือของฉัน แล้วโบยบินสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
ปีกจักรกลของเธอนั้น บินแหวกรับเหล่าสายลม สั่นไหวจิตใจฉัน
.
「見えますか? 星たちの輝きが。
感じますか? 希望を運ぶ風を。
飛び方を忘れたのなら、わたしが教えてあげます。
だから、もう一度、羽ばたいてみてください」
มองเห็นแล้วใช่ไหม? เหล่าประกายสุกใสของดวงดาว
รู้สึกไช่ไหม? สายลมที่นำพาความหวัง
ถ้าหากเธอลืมวิธีบินไปแล้วละก็ ฉันจะสอนมันให้เธอเอง
เพราะฉะนั้น จะไม่ลองบินดูอีกครั้งเหรอ
.
もう一人の私の手が、とても暖かかった。
星が綺麗だった。風が気持ちよかった。
希望というものを、少しだけ信じてみようと思った。
凍てついた翼を、久しぶりに広げてみた日のこと。
.
มือของเธอนั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน
ดวงดาวช่างสวยงาม สายลมนั้นช่างแสนสดชื่น
ความหวังนั้น แม้จะมีเพียงแค่เล็กน้อย
ก็จะลองขยับปีกที่แข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง
.
傷だらけの、この翼を広げ
希望と絶望を翔ける
生きるとは痛みを感じること
悲しみが翼を傷つけ
生きるとは苦しみ覚えること
虚しさで翼が黒ずむ
それでも私は、空へ羽ばたこう
幸せを掴む、そのために
.
กางปีกที่เต็มไปด้วยบาดแผล
บินไปพร้อมความหวังและสิ้นหวัง
.
เพราะว่ายังมีชีวิตอยู่ ฉันจึงรู้สึกเจ็บปวด
ความเศร้าโศกกัดกินปีกนี้จนเจ็บช้ำ
.
เพราะว่ายังมีชีวิตอยู่ ฉันจึงต้องทนทุกข์
ความไร้แก่นสารทำให้ปีกนี้กลายเป็นสีดำ
.
ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม ฉันก็จะโบยบินด้วยปีกคู่นี้
เพื่อจะสัมผัสกับความสุขนั้น
.
それでも私は、空へ羽ばたこう
小さな勇気を、この胸に
だから私は、空へ羽ばたこう
輝ける希望を、この背に
.
ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม ฉันก็จะโบยบินสู่ท้องฟ้าด้วยปีกคู่นี้
ด้วยความกล้าหาญอันน้อยนิดที่อยู่ในใจฉัน
เพราะว่า ฉันโบยบินสู่ท้องฟ้า
ฉันจึงได้สัมผัสกับประกายแสงแห่งความหวัง
.
――――ただいま。
――――กลับมาแล้วค่ะ